19 May 2026
۱۴۰۵/۰۲/۲۹- ۰۸:۳۸

การพบปะระหว่างเอกอัครราชทูตกับเจ้าหน้าที่จากสถาบันภูมิภาคศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

.

เมื่อวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2568 ผู้อำนวยการสถาบันอาณาบริเวณศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประเทศไทย พร้อมด้วยคณะผู้แทน ได้เข้าพบ ดร. นัสเซอเรดิน ไฮดารี (Dr. Nasseredin Heidari) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย และเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ

ในระหว่างการหารือ ทางสถาบันฯ ได้แสดงความพร้อมที่จะศึกษาและดำเนินการเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือและการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัย รวมถึงศูนย์วิจัยและศูนย์การศึกษาต่างๆ ในอิหร่านกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทั้งนี้ ทางสถาบันฯ ได้มอบทุนการศึกษาในสาขาวิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาในมิติอนาคต (Future Studies of Southeast Asia) และมีแผนที่จะเพิ่มสาขาวิชาเอเชียตะวันตกศึกษา (West Asian Studies) เข้าไปในหลักสูตร จึงได้ประสานขอความร่วมมือจากทางอิหร่านในด้านเนื้อหาทางวิชาการ

เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย ได้บอกเล่าถึงประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอิหร่าน พร้อมทั้งสรุปการดำเนินงานของสถานเอกอัครราชทูตฯ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ และขยายความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจ กงสุล วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม ให้แก่คณะผู้บริหารของสถาบันฯ ได้รับทราบ นอกจากนี้ ท่านทูตยังได้เสนอแนะให้มีการใช้ประโยชน์จากศักยภาพของมหาวิทยาลัย ศูนย์วิจัย และคลังสมอง (Think Tanks) ของอิหร่าน ในการทำวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการแลกเปลี่ยนร่วมกัน ตลอดจนใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางวัฒนธรรมของสถานเอกอัครราชทูตฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มูลนิธิเพื่อการศึกษาและวิจัยอัล-มุสตาฟา (Al-Mustafa Educational and Research Foundation) ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยและมีสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ในการแปลและจัดพิมพ์หนังสือของอิหร่านเป็นภาษาไทย

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบร่วมกันที่จะส่งข้อมูลแนะนำสถาบันฯ และศักยภาพของสถาบันฯ ไปยังกรุงเตหะราน เพื่อพิจารณาและประกาศแนวทางความร่วมมือที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทั้งสองประเทศต่อไป

ในการดำเนินการตามข้อเสนอของผู้อำนวยการสถาบันอาณาบริเวณศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกี่ยวกับการแปลหนังสือด้านประเด็นเศรษฐกิจร่วมกันและเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ท่านทูตอิหร่านได้เสนอแนวคิดในการกำหนดและดำเนินโครงการวิจัยร่วมกันภายใต้หัวข้อ "การศึกษาเปรียบเทียบระหว่างปรัชญาเศรษฐกิจต้านทาน (Philosophy of Resistance Economy) ของท่านผู้นำสูงสุดแห่งการปฏิวัติอิสลาม อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี กับ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (Philosophy of Sufficiency Economy) ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของทั้งสองประเทศ" ซึ่งแนวคิดนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากคณะกรรมการของสถาบันอาณาบริเวณศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และได้ข้อสรุปว่า ท่านทูตอิหร่านจะเป็นผู้จัดทำและนำเขร่างแรก (Initial draft) เป็นภาษาอังกฤษ

อนึ่ง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ถือเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่เป็นอันดับสองของประเทศไทย ที่เปิดสอนในสาขาวิชาการที่หลากหลาย และผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันแห่งนี้ล้วนดำรงตำแหน่งสำคัญๆ ทั้งภายในและต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระทรวงการต่างประเทศของไทย

متن دیدگاه
نظرات کاربران
تاکنون نظری ثبت نشده است

Your Rate